บางคนอาจรู้สึกว่าเกิดมาทั้งทีต้องใช้ทุกช่วงเวลาชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องกิน เที่ยว ทำงาน เรียกว่าหนักทุกทาง แบบที่หลายๆคนถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่าง Work hard Play Harder จนลืมไปว่าคุณได้กลายเป็นนักสะสม ที่ค่อยๆสะสมสารพิษไว้ที่ตับ มานานเท่ากับที่คุณใช้ชีวิต แล้วเคยมีเสี้ยวนาทีที่คิดจะดูแลตับบ้างหรือยัง หากว่ายัง…นั่นแปลว่าคุณกำลังลดเวลาชีวิตตัวเองลงไปเรื่อยๆ

ตับรับหน้าที่สำคัญใน ขับสารพิษ ต่างๆออกจากร่างกาย แม้ว่าทุกวันตับจะทำหน้าที่อย่างขันแข็ง แต่ในขณะเดียวกันเราก็รับสารพิษต่างๆ เข้าไปในทุกวันเช่นกัน ทั้งจากยา อาหารที่ทาน ความเครียด และมลพิษต่างๆ จนเผลอๆอาจมากเกินที่ตับจะรับไหว และอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง หากการทำงานของตับแย่ลง นั่นหมายความว่าสารพิษและอนุมูลอิสระนั้นจะล้นจนทำลายระบบอื่นๆในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายโดยรวมอ่อนแอ อีกทั้งสามารถที่จะพัฒนากลายกลายเป็นมะเร็งต่อไปได้อีก
การ ขับสารพิษ ตับทุกวันนี้มีหลากหลายวิธีที่บางวิธีที่อาจยังยืนยันไม่ได้ 100% ว่าจะทำให้สารพิษที่ตกค้างในตับถูกขับออกไปได้จริง แต่ยังไงแล้วการที่ช่วยล้างพิษให้ตับก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะทำให้ตับกลับมามีประสิทธิภาพในการทำงานดีมากขึ้น ช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับ และไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด และยังช่วยป้องกันตับจากสารพิษที่มาจากยาหรือแอลกอฮอล์ที่เรากินเข้าไป เป็นต้น
การ “ขับสารพิษออกจากร่างกายตามธรรมชาติ” สามารถทำได้โดยร่างกายเรามีกลไกธรรมชาติที่ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว เช่น “ตับ ไต ปอด ผิวหนัง และลำไส้” ต่อไปนี้คือวิธีช่วยให้ระบบเหล่านี้ทำงานได้ดีขึ้น
1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มวันละ 6–8 แก้ว (1.5–2 ลิตร) เพื่อช่วยให้ไตขับของเสียและสารพิษออกทางปัสสาวะได้ดี น้ำเปล่าคือทางเลือกที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำหวานและน้ำอัดลม
2. กินอาหารช่วยล้างสารพิษ อาหารบางชนิดช่วยกระตุ้นการทำงานของตับและระบบขับถ่าย เช่น ผักใบเขียวเข้ม (คะน้า บร็อคโคลี ผักโขม) ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง (แอปเปิ้ล กล้วย ส้ม ฝรั่ง) กระเทียมและขมิ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยขับโลหะหนัก ชาเขียวและน้ำมะนาวอุ่นตอนเช้า ช่วยกระตุ้นการขับน้ำดี
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การเคลื่อนไหวช่วยให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนดี ขับเหงื่อออกมาพร้อมของเสีย ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เช่น เดินเร็ว วิ่ง โยคะ หรือปั่นจักรยาน
4. นอนหลับให้เพียงพอ ช่วงเวลาที่ร่างกายขับสารพิษมากที่สุดคือ 22.00 – 02.00 น. ควรนอนหลับให้ได้วันละ 6–8 ชั่วโมง เพื่อให้ตับและสมองได้ซ่อมแซมและล้างของเสียในระบบประสาท
5. หลีกเลี่ยงสิ่งที่เพิ่มภาระให้ตับ งดหรือจำกัด แอลกอฮอล์ ยาโดยไม่จำเป็น อาหารแปรรูป และของทอดมัน ๆ ลดคาเฟอีนและน้ำตาลลง เพราะทำให้ตับและไตทำงานหนักขึ้น
6. หายใจลึก ๆ และอยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์ ปอดช่วยกรองของเสียออกจากเลือดผ่านการหายใจ การหายใจลึกช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้นและขับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีขึ้น
7. ช่วยระบบขับถ่ายให้ทำงานทุกวัน กินผักผลไม้และอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำอุ่นหลังตื่นนอน อย่ากลั้นอุจจาระ เพราะจะทำให้ของเสียหมักหมมในลำไส้
การ ขับสารพิษ ให้ตับเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดีกว่าไหมถ้าไม่ต้องขวนขวายหากระบวนการวิธีมากมายในการล้างพิษตับยุ่งยาก แค่มี เฮฟฟีก้า เม็ดเดียวก็เอาอยู่เรื่องการล้างสารพิษ ด้วยนวัตกรรม อาหารเสริมบำรุงตับ จากเบลเยียม สารสกัดจากพรูนัส มูเม่ ที่ช่วยดูแลและฟื้นฟูตับระดับเซลล์ และยังเพิ่มกลูต้าไธโอนที่ช่วยในการขับของเสียและอนุมูลอิสระในตับ ช่วยให้ตับกลับมาแข็งแรงมีประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป ใช้ชีวิตทุกวันได้ไม่มีสะดุด เคล็บลับของการดูแลตับที่ใครๆก็ทำได้ไม่ยาก อย่าลืมล้างพิษด้วยเฮฟฟีก้าวันละเม็ด! อย่ารอจนสุขภาพแย่ลง แล้วจะหาว่าเฮฟฟีก้าไม่เตือน

