foiegras-fattyliver-ฟัวกราส์-ไขมันพอกตับ

ตับอ้วน โรคฟัวกราส์หรือโรคไขมันพอกตับ : FATTY LIVER

ฟัวกราส์ Foie gras หรือ ไขมันพอกตับ

  • ฟัวกราส์ (Foie gras) อาหารจานหรูของฝรั่งเศสที่อร่อยนุ่มละมุนลิ้นนั้น ได้มาจาก ตับห่านหรือเป็ดที่เป็นไขมันพอกตับ!!

  • ความจริงแล้วนั้นฟัวกราส์เกิดจากการเลี้ยงให้เป็ดหรือห่านกินจนอ้วน โดยไม่ได้ออกกำลังหรือเดินไปมาได้ในช่วงสัก1-2สัปดาห์ก่อนเอาไปเชือด

  • เมื่อเป็ดหรือห่านได้รับอาหารจำนวนมากแต่ไม่ได้ใช้พลังงาน ทำให้ตับนั้นเต็มไปด้วยไขมันหรือมี ไขมันพอกตับจึงทำให้มีขนาดใหญ่กว่าตับเป็ดหรือตับห่ายทั่วไปหลายเท่าตัว

แล้วนี่ก็เป็นสาเหตุที่เรียกว่าฟัวกราส์ว่าตับอ้วน หรือโรคไขมันพอกตับ



foiegras-fattyliver-ฟัวกราส์-ไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับ ภัยเงียบคร่าชีวิตหนึ่งในต้นเหตุมะเร็งตับ

ไขมันพอกตับ การเกิด อาการ

  • ไขมันพอกตับ คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันไปใช้ได้หมด

  • ตับเป็นอวัยวะด่านแรกๆที่ต้องรับมือจึงถูกพอกพูนไปด้วยไขมันซึ่งส่วนมากอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ (มาจากอาหารพวกแป้ง น้ำตาล และไขมันที่เรากินไปนั่นเอง)

  • สาเหตุที่ไขมันพอกตับเรียกว่าภัยเงียบ เพราะว่าโรคไขมันพอกตับไม่แสดงอาการ เนื้อตับเองไม่มีเส้นประสาทรับรู้ความรู้สึก ผู้ป่วยไขมันพอกตับกว่าร้อยละ 50 ไม่แสดงอาการโดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นไขมันพอกตับระยะต้นๆ และยังพบว่าผู้ป่วยไขมันพอกตับร้อยละ10-20 มีตับอักเสบร่วมด้วย การอักเสบเรื้อรังนี้จะทำให้เกิดพังผืดในตับกลายเป็นโรคตับแข็ง และเสี่ยงทีจะพัฒนาเป็นมะเร็งตับต่อไป

  • โรคไขมันพอกตับสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มสุราเป็นประจำ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูงแม้ว่าไขมันพอกตับจะไม่มีอาการที่เฉพาะเจาะจง แต่เราสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นที่จะทำให้เรารู้ว่าตับเริ่มมีปัญหาแล้ว ซึ่งจะเป็นอาการอันเนื่องมาจากตับทำงานได้น้อยลง เช่น                      

          - อ่อนเพลีย หมดแรงง่าย

          - เบื่ออาหาร คลื่นไส้

          - มีอาการปวดจุกแน่นชายโครงขวา (สัญญาณว่าเริ่มมีตับอักเสบ ตับโต)

          - ผิวหนังและเยื่อตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม


หากมีอาการดังกล่าว ควรต้องรับการตรวจร่างกายจากแพทย์เพื่อตรวจหาและวินิจฉัยโรคก่อนจะสายไป



foiegras-fattyliver-ฟัวกราส์-ไขมันพอกตับ

ไขมันทำร้ายตับได้อย่างไร

ไขมันพอกตับ กลายเป็น มะเร็งตับ

  • ไขมันพอกตับ คือ ไขมันที่เข้าไปแทรกเบียดตัวระหว่างเซลล์ตับ ทำให้การประสานงานหรือการส่งสารอาหารระหว่างเซลล์ตับปกติถูกปิดกั้น เซลล์ตับบางส่วนตาย เอนไซม์ภายในเซลล์รั่วไหลออกสู่เลือด ถ้าได้ตรวจเลือดตอนนั้นจะทำให้ตรวจพบค่าเอนไซม์ตับสูงในเลือดได้ (ค่าปกติของ ALTไม่ควรเกิน 40U/L ถ้าตับผิดปกติจะพบค่านี้สูง)

  • ไขมันและกรดไขมันอิสระมีฤทธิ์ทำลายสูงโดยเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ด้วยตัวเอง กลายเป็นอนุมูลอิสระ ทำลายเซลล์ตับไปทั่ว ตับเกิดความเครียดสะสม ปกติภายในเซลล์ตับสุขภาพดีจะมีกลูต้าไธโอนคอยต้านอนูมุลอิสระ แต่เมื่อเซลล์ตับอ่อนแอ ไม่มีกำลังผลิตกลูต้าไธโอน

  • หลังจากเซลล์ตับถูกทำลายมาก ตับเกิดบาดแผล การอักเสบเรื้องรัง มีพังผึดมากขึ้นๆ จากไขมันพอกตับและนำไปสู่การเป็นตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด

  • นอกจากการทำงานที่ผิดปกติในตับแล้ว ไขมันพอกตับยังส่งผลถึงระบบในร่างกายอื่นๆ ไขมันพอกตับจะทำให้เกิดการดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance) ซึ่งแน่นอนว่าทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น และรวมถึงอินซูลินเองมีบทบาทควมคุมการขนส่งไขมันออกจากตับเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน เมื่อตับดื้อต่ออินซูลินแล้วก็ยิ่งทำให้ไขมันสะสมทั้งในตับ คั่งค้างในหลอดเลือดมากขึ้น ก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมาทั้งไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง รวมทั้งโรคหัวใจและหลอดเลือด

สรุป

  • จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น หากมีไขมันพอกตับมากจนส่งผลร้ายต่อสุขภาพนั้นก็อาจจะเกินเยี่ยวยาได้ แต่ตับเป็นอวัยวะภายในเดียวในร่างกายที่มีความมหัศจรรย์ ซึ่งหากมีไขมันมาพอกที่ตับในช่วงแรกที่ยังไม่มีพังผืดหนาตัว ตับสามารถฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาปกติได้

  • ดังนั้นเริ่มหันมาดูแลสุขภาพตับด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่สร้างภาระให้ตับต้องทำงานหนัก ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

  • พร้อมหาตัวช่วยดีๆ ในการดูแลสุขภาพตับให้ตับทำงานอย่างปกติด้วยอย่าง “พรูนัส มูเม่” (Prunus mume)  สารสกัดหลักในHepheka ผลไม้ที่ได้รับการขนานนามว่า SUPERFRUIT ของชาวเอเชีย โดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Phytotherapy Research ที่เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ระดับสากลอย่างกว้างขวาง

  • สามารถเข้าไปแก้ปัญหาตับได้ถึงระดับเซลล์ ด้วยนวัตกรรมสารสกัดจากธรรมชาติ สามารถลดไขมันพอกตับ และลดค่าการอักเสบของตับ ช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับได้