พาราเซตามอล หายปวดหัว แต่ปวดตับแทน !! ปวดนิดปวดหน่อย ไม่ว่าจะปวดหัว ตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดนั่น ปวดนี่ ก็หยิบพาราเซตามอลมากิน กินยาเยอะ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วอาจส่งผลให้เป็นพิษต่อตับ จนทำให้ตับวายได้ !!

กินยาเยอะ

ตับ คือ

       ตับก็เหมือนกับโรงงานศูนย์กลางของร่างกายซึ่งมีหน้าที่หลากหลายมากมาย หนึ่งในบทบาทสำคัญคือจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลง อาหาร และยา ให้เป็นสารที่ร่างกายสามารถนำเอาไปใช้งานได้

กินยาเยอะ ส่งผลต่อตับ

กินยาเยอะ 

       เมื่อร่างกายได้รับยาบางชนิดในปริมาณสูง หรือติดต่อกันเป็นเวลานานก็ส่งผลให้ตับทำงานหนักขึ้นจนเกินการสะสมจนทำให้เกิดพิษในตับได้

       ยาอันตรายต่อตับที่คนมักมองข้ามเป็นยาใกล้ตัวอย่าง "พาราเซตามอล" ที่อาจเกิดพิษต่อตับได้ และหากมีพิษตกค้างในตับมาก ก็จะเข้าไปทำลายเนื้อตับทำให้เกิดอันตรายต่อตับเกิดภาวะตับวายได้

กินยาเยอะ ไปสะสมที่ตับ

ปริมาณ ยา พาราเซตามอล paracetamol 

       แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำเป็นต้องกินพาราเซตามอล มาดูว่าเราควรกินปริมาณเท่าไรจึงปลอดภัยไม่ส่งผลทำลายตับ ซึ่งถ้าน้ำหนัก34-50 กิโลกรัม กินได้ 1 เม็ด และถ้าน้ำหนัก 50 กิโลกรัม กินได้ทั้ง 1 เม็ด หรือ เม็ดครึ่ง และถ้าหนัก 75 กิโลกรัม กินได้ทั้ง 1 เม็ดครึ่ง หรือ 2 เม็ด โดยต้องกันห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง กินยาเยอะ เกินขนาดจะมีผลร้ายมากกว่าผลดี

ที่มา: สยส. และ สสส.

กินพารายังไงไม่ให้ กินยาเยอะเกิน

ยาที่ส่งผลต่อตับ

       และยังมียาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ ยาแก้หวัด และยาปฏิชีวนะ หรือยาลูกกลอนและยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐานหากใช้เป็นเวลานานก็ส่งผลอันตรายต่อตับได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนรับประทานยาทุกชนิด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว

กินยาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นยาแก้หวัด ยาคลายกล้ามเนื่่อ

สรุป

       แบบนี้รู้แล้วว่าหาก กินยาเยอะ กว่าปริมาณที่กำหนดก็ควรหยุดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาดูแลสุขภาพตับกันเพราะตับเป็นด่านแรกและเป็นศูนย์รวมในการส่งพลังงานให้ร่างกาย ตับดี = ชีวิตดี

       นอกจากนี้ยังมี“พรูนัส มูเม่” (Prunus mume)  สารสกัดหลักในHepheka สามารถเข้าไปแก้ปัญหาตับได้ถึงระดับเซลล์ ด้วยนวัตกรรมสารสกัดจากธรรมชาติ 

       ผลไม้ที่ได้รับการขนานนามว่า SUPERFRUIT ของชาวเอเชีย โดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Phytotherapy Research ที่เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ระดับสากลอย่างกว้างขวาง

       Prunus Mume (พรูนัส มูเม่) กระตุ้นการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อทำให้สารพิษต่างๆ ในร่างกายอยู่ในระดับสมดุล ไม่ทำให้ตับทำหน้าที่กรองสารพิษหนักจนเกิดการอักเสบหรือนำไปสู่การเกิดภาวะพังพืดในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุของตับแข็งในอนาคตได้ ด้วยการทำงานถึงระดับเซลล์ กระตุ้นให้เกิดการสร้างกลูต้าไทโอนจากภายในร่างกาย ไม่ถูกสลายจากกระบวนการย่อยเหมือนการบริโภคกลูต้าไทโอนโดยตรง ล้างสารพิษในตับวันนี้ ก่อนที่ชีวิตจะดับเพราะตับพัง

กระตุ้นการสร้างต้านอนุมูลอิสระ

เฮฟฟีก้าลด ปัญหาที่ต้องจำเป็น กินยาเยอะ