prunus mume,พรูนัส มูเม่,

“พรูนัส มูเม่” (Prunus mume)  สารสกัดหลักใน Hepheka 

       สามารถเข้าไปแก้ปัญหาตับได้ถึงระดับเซลล์ ด้วยนวัตกรรมสารสกัดจากธรรมชาติ ผลไม้ที่ได้รับการขนานนามว่า SUPERFRUIT ของชาวเอเชีย โดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Phytotherapy Research ที่เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ระดับสากลอย่างกว้างขวาง



แก้ปัญหาตับ ระดับเซลล์ได้อย่างไร

1. ปกป้องเซลล์ตับ

Prunus mume มีความสามารถในการปกป้องเซลล์ตับ(hepatoprotective)ไม่ให้สารพิษเข้ามาทำร้ายได้ (1) ทำหน้าที่เสมือนเป็นเกราะป้องกันภัยนั่นเอง เมื่อเซลล์ตับปลอดภัย เอนไซม์ตับจึงไม่กระจัดกระจายไปไหน ค่า ALT AST ในเลือดจึงลดลง
Ref: (1) A.Hokari, World J Gastroenterol 2012



2. ต้านอนุมูลอิสระในเซลล์ตับ

สารที่มีบทบาทสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระให้ตับนั่นก็คือ กลูต้าไธโอน ซึ่ง Prunus mume มีความสามารถเพิ่ม transcription factor ของกลูต้าไธโอน กระตุ้นการเพิ่มจำนวนและสร้างสาย amino acid ของกลูต้าไธโอนได้ ทำให้ตับมีกลูต้าไธโอนเก็บสะสมในคลังเพิ่มขึ้นให้เซลล์ตับใช้สำหรับต่อสู้กับอนุมูลอิสระที่เข้ามาทำร้ายได้ รวมถึง Prunus mume ยังมีความสามารถกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ต่างๆที่ใช้ในการต้านอนุมูลอิสระได้แก่ Heme oxygenase 1 (HO‐1) และ quinone reductase อีกทางหนึ่งด้วย



3.ลดการอักเสบของเซลล์ตับ                      

ถ้าเริ่มมีไขมันมาพอกหรือมีสารพิษสะสมที่ตับ ทำให้เซลล์ตับจากที่เคยทำงานปกติ ระบบจะเริ่มรวน เซลล์ตับจะส่งสัญญาณบอกระบบอื่นๆ ในร่างกายให้เกิดกระบวนการการอักเสบนั่นเอง ทำให้เกิดเป็นพังผืด และเกิดการอักเสบเรื้อรังได้

Prunus mume มีความสามารถลดการอักเสบโดยเข้าไปยับยั้งสารสื่อกลางในการอักเสบได้หลายทาง ได้แก่ i‐NOS, COX‐II, TNF‐α และ IL‐6 ทำให้กระบวนการซ่อมแซมเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์



4.ลดไขมันในเซลล์ตับ

ไขมันที่ตับสามารถพัฒนาก่อโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ Prunus mume  มีส่วนช่วยลดไขมันในเซลล์ตับโดยการเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ squalene synthase ที่อยู่ในกระบวนการสังเคราะห์คลอเรสเตอรอล

จากการศึกษาพบว่า prunus mume สามารถลดไขมันเลว เพิ่มไขมันดีให้ร่างกายได้ทั้งไขมันที่ตับ ไขมันที่ช่องท้องรวมทั้งไขมันในเลือดด้วย



จาก 4 คุณประโยชน์ของPrunus mume  ในสารสกัดหลักในHepheka ที่สามารถแก้ปัญหาตับด้วยนวัตกรรมสารสกัดจากธรรมชาติและรับรองด้วยผลวิจัยทางการแพทย์ที่พิสูจน์ได้จริงในกลุ่มผู้ทดลอง จึงมั่นใจได้ว่าสามารถเข้าไปแก้ปัญหาตับได้ถึงระดับเซลล์