“ตับ หัวใจดวงที่ 2 ของร่างกาย”

แต่หลายคนมักมองข้าม และมีพฤติกรรมที่ทำร้ายตับแบบไม่รู้ตัว จนเป็นไขมันพอกตับ ตับอักเสบ หรืออาจไปถึงขั้นเป็น มะเร็งตับ อาจเพราะความไม่รู้ ว่าตับมีหน้าที่อะไร และสำคัญต่อการมีชีวิตของเราอย่างไร

ตับ มีหน้าที่อะไร และสำคัญกับชีวิตเราอย่างไร
การทำงานของตับมีความซับซ้อนมาก และมีภาระหน้าที่เยอะมาก ตับจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญมากพอๆ กับหัวใจ


1. ตับเป็นผู้ผลิต

=> ตับสร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอรวมถึงโปรตีนที่ทำหน้าที่ เป็นส่วนประกอบของเลือด (plasma proteins) เช่น อัลบูมิน ที่ช่วยอุ้มน้ำ สารอาหารและเกลือแร่เอาไว้ในหลอดเลือด, Fibrinogenสารทำให้เลือดแข็งตัว

=> ตับสร้างน้ำดี ที่ทำหน้าที่เผาผลาญ สลายไขมัน ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะเป็นไขมันพอกตับ ตับอักเสบ และป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งตับได้


=> ตับสร้างสารประเภทไขมัน สารตั้งต้นของฮอร์โมน 
ตับทำหน้าที่ทางภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันและทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

 

2. ตับเป็นผู้เก็บ

=> ตับเป็นแหล่งกักเก็บไกลโคเจน เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน รวมถึงวิตามินและเกลือแร่บางชนิดที่จำเป็น เพื่อป้อนให้ร่างกายเมื่อต้องการ

 

3. ตับเป็นผู้เปลี่ยน

=> ตับเปลี่ยนแปลง อาหาร และยา ให้อยู่ในรูปที่ ร่างกายสามารถนำเอาไปใช้งานได้

=> ตับช่วยล้างพิษ กรองสารพิษในเลือด และขับของเสียออกจากร่างกาย โดยตับจะพยายามขับออกไปทางปัสสาวะหรือขับถ่ายมากับน้ำดี




พฤติกรรมที่ทำร้ายตับ หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค ไขมันพอกตับหรือตับอักเสบ 


ไม่มีใครอยากเป็นโรคตับ แต่หลายพฤติกรรมในชีวิตที่เราก็ควบคุมไม่ได้? 

มาลองตรวจเช็คพฤติกรรมกันดูว่าเรามีความเสี่ยงในการเป็นโรคไขมันพอกตับหรือตับอักเสบหรือไม่


 1. ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ (และครั้งคราว)
 2. เป็นโรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน
 3. ทำงานหนัก มีความเครียด
 4. ชอบนอนดึก ตื่นสาย
 5. กินยาหรืออาหารเสริมมากเกินไป
 6. ไม่ออกกำลังกาย หรือมีวิถีชีวิตที่อยู่กับที่นานๆ
 7. ไม่กินอาหารเช้า
 8. ชอบกินอาหารสุกๆ ดิบๆ
 9. ทำงานเกี่ยวข้องกับสารพิษ สารเคมี
10. ส่ำส่อนทางเพศ



จะรู้ได้อย่างไร ว่า “สุขภาพตับ” เราเป็นอย่างไรบ้าง 
เป็นคำถามที่ทุกคนสงสัย แต่ไม่ค่อยหาคำตอบสุขภาพตับ ละเลยจนนำไปสู่การเป็นโรคไขมันพอกตับหรือตับอักเสบ ดังนั้น การเช็คค่าต่างๆจากเลือดสามารถบอกได้ในเบื้องต้น  ตอนไปตรวจสุขภาพมีค่าอะไรบ้าง เรามาเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจกันเลย

LFT (Liver Function Test) คือ การตรวจการทำงานของตับ จะเป็นการตรวจหาเอ็นไซม์และสารต่างๆในเลือดที่บ่งชี้ความผิดปกติของการทำงานของตับนั่นเอง 


หากมีค่าเกินภาวะสมดุล แสดงว่ามีความเสี่ยงเป็นโรค ไขมันพอกตับหรือโรคตับอักเสบได้


1.ALT และ AST เป็นตัวบ่งชี้ค่าเอนไซม์พื้นฐานของตับ หากมีค่าที่สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน แปลว่าอาจอยู่ในภาวะตับอักเสบ
2.Total protein = Albumin + Globulin  เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการทำงานของตับในการผลิตโปรตีน
3. Total Bilirubin และ Direct Bilirubin เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณของเสียที่เกิดจากการตายของเม็ดเลือดแดง เพื่อบอกให้รู้ว่าเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของ ตับ ท่อน้ำดี หรือเม็ดเลือด
4.Alkaline Phosphatase (ALP) และ Gamma Glutamic Transpeptidase (GGT) เป็นตัวบ่งชี้ค่าเอนไซม์ที่พบในตับ ใช้สำหรับวินิจฉัยแยกโรคเพื่อให้มั่นใจว่า กิดความผิดปกติที่ส่วนใด นั่นคือ ตับ ท่อน้ำดี หรือตับอ่อน




“อย่ารอให้สายเกินไป”อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ดูแลตับ หรือทำให้ตับทำงานไม่ดี

ไขมันพอกตับ
และตับอักเสบหากละเลยปล่อยไว้จะทำให้เป็นตับแข็งและนั่นเป็นสาเหตุหลักในการเป็นมะเร็งตับ 
อย่าปล่อยให้ตับถูกทำลายถึงขั้นตับแข็งหรือเป็นมะเร็งตับ เพราะเราจะไม่มีทางฟื้นฟูกลับมาได้อีก ดังนั้นถ้าเราใส่ใจ ดูแล ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และลดความเสี่ยง “สุขภาพตับ” ของเราก็จะดีตลอดไป?


ไขมันพอกตับ,ตับอักเสบ,มะเร็งตับ,เฮฟฟีก้า,Hepheka,อาหารเสริมรักษาตับ,รักษาตับอักเสบ,รักษาโรคตับ,ยาโรคตับ,ไวรัสตับอักเสบบี,ropheka,โรฟีก้า,prunus mume,พรูนัส