ไขมันพอกตับถึงจะยังไม่อยู่ในระดับอันตราย แต่ถ้าเจอเมื่อไหร่แล้วปล่อยไว้นานเข้าก็ไม่ดีแน่ ดังนั้นก็ต้องหาทางปรับตัวเพื่อให้ตับฟื้นฟูกลับมาดีเหมือนเดิม

คนส่วนมากเข้าใจว่าไขมันพอกตับจะเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่จริงๆไม่ใช่นักดื่มก็เป็นไขมันพอกตับได้ เช่น กินอาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลมากเกินไป รวมถึงคนที่เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน ก็เกิด ไขมันพอกตับ ได้เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายมีไขมันเกินจำเป็น ก็เลยทำให้ไขมันลามไปก่อตัวขึ้นในตับ ยิ่งปล่อยไว้นานวันเข้าก็ทำให้ตับอักเสบเริ่มถามหา และอาจลุกลามตามมาด้วยโรคตับแข็งในที่สุด รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าตรวจเจอไขมันพอกตับเมื่อไหร่ ก็ต้องปรับพฤติกรรมให้ไวเพื่อช่วยให้ตับกลับมาฟื้นฟูได้ตามทริคที่เราเอามาบอกกันเลย
- ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อย่างการเทียบค่า BMI ซึ่งผลลัพธ์ควรจะอยู่ระหว่าง 18.6-24.0 จึงจะเรียกว่าเหมาะสม ถ้าเกินกว่านั้นแปลว่าต้องหันมาใส่ใจเรื่องน้ำหนักตัวกันหน่อยแล้ว
- ออกกำลังกายเป็นประจำ จะแอโรบิก โยคะ หรือคาร์ดิโอก็ได้ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีกากใยสูง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
- มีโรคประจำตัวทำตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ไปเพิ่มไขมันให้ตับต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพราะถ้ายิ่งรู้เร็วว่ามีปัญหาที่จุดไหน เราก็สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที
อีกทางเลือกที่จะดูแลตับได้คือเลือกอาหารเสริมที่มีความน่าเชื่อถือและได้คุณภาพอย่าง เฮฟฟีก้า นวัตกรรมอาหารเสริมบำรุงตับจากเบลเยียม ที่มีสรรพคุณในการช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระอย่างกลูต้าไธโอน และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดและปรับระดับไขมันให้สมดุล ช่วยป้องกันการอักเสบ และเสริมสร้างการทำงานของตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ระดับสากล ฟื้นฟูตับง่ายๆ สุขภาพดีได้ด้วยเฮฟฟีก้า

