ชีวิตพัง เพราะโรคตับ คำนี้ไม่เกินจริงนะครับ ตัวเลข 7,000 อาจเป็นจำนวนที่ดูเยอะ แต่ถ้าคุณเป็น 1 ใน 7,000 ที่กำลังเสี่ยงเป็น มะเร็งตับ อยู่ล่ะ
จากสถิติพบว่า คนไทยมีจำนวนคนเป็นตับอักเสบเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งในจำนวนคนที่เป็นตับอักเสบ ก็มีความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งตับสูงถึง 90% เลยทีเดียว โรคร้ายเหล่านี้ที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบผิดๆ คุณเริ่มได้ คุณเองก็ลดได้
พฤติกรรมเสี่ยงที่กำลังทำร้ายตับโดยไม่รู้ตัว
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือดื่มหนัก
แอลกอฮอล์ทำให้ไขมันสะสมในตับ กระตุ้นการอักเสบ และอาจพัฒนาไปสู่ภาวะตับแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งตับ โดยผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบร่วมกับการดื่มหนักจะยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้น - ไม่เคยตรวจหาไวรัสตับอักเสบบีและซี
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรังอาจไม่แสดงอาการเป็นเวลานาน แต่เชื้อสามารถทำให้ตับอักเสบ เกิดพังผืด ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งตับได้ การตรวจพบและเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญมาก - มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น
เชื้อไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อผ่านเลือด สารคัดหลั่ง และการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนไวรัสตับอักเสบซีติดต่อผ่านเลือดเป็นหลัก การใช้เข็ม มีดโกน อุปกรณ์สัก หรืออุปกรณ์เจาะร่างกายที่ไม่สะอาด จึงเพิ่มโอกาสรับเชื้อโดยไม่รู้ตัว - รับประทานอาหารหวานและไขมันสูง พร้อมกับไม่ออกกำลังกาย
พฤติกรรมเหล่านี้เพิ่มโอกาสเกิดน้ำหนักเกิน เบาหวาน และไขมันพอกตับ หากไขมันพอกตับพัฒนาเป็นภาวะตับอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้เกิดพังผืด ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งตับได้ - สูบบุหรี่เป็นประจำ
สารก่อมะเร็งจากควันบุหรี่ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อปอด แต่ยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงของ มะเร็งตับ โดยเฉพาะผู้ที่มีไวรัสตับอักเสบหรือมีโรคตับอยู่แล้ว ความเสี่ยงอาจยิ่งเพิ่มขึ้น - รับประทานอาหารเก่า อับชื้น หรือมีเชื้อรา
ถั่ว ข้าวโพด ธัญพืช และอาหารแห้งที่เก็บในสภาพร้อนชื้นอาจปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่สัมพันธ์กับมะเร็งตับ หากอาหารมีกลิ่น สี หรือลักษณะผิดปกติ ควรทิ้งทันทีและไม่ควรตัดเฉพาะส่วนที่ขึ้นราออกแล้วรับประทานต่อ - รับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ
เมนูอย่างก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้ม หรือปลาร้าดิบ อาจมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับ เมื่อเกิดการติดเชื้อซ้ำหรือเป็นเรื้อรัง อาจทำให้ท่อน้ำดีอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นมะเร็งคนละชนิดกับมะเร็งเซลล์ตับ แต่พบได้มากในประเทศไทย
โรคตับมักไม่ส่งสัญญาณเตือนในระยะแรก การลดพฤติกรรมเสี่ยง ควบคุมน้ำหนัก งดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี และตรวจคัดกรองเมื่อมีความเสี่ยง คือวิธีดูแลตับที่ไม่ควรมองข้าม และอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยได้ ให้ เฮฟฟีก้า เป็นผู้ช่วยในการดูแลตับของคุณแบบล้ำลึกถึงระดับเซลล์ นวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพตับโดยตรง พร้อมให้ประสิทธิภาพช่วยปกป้องตับและสร้างสุขภาพตับให้มี ประสิทธิภาพสูงที่สุดและยังได้รับการพิสูจน์และทดสอบจากบุคลากรในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชั้นนำ ได้รับการผลิตจากประเทศเบลเยียมและได้การรับรองระบบการผลิตที่ได้รับมาตรฐานการผลิต GMP
.


