ตับอักเสบเกิดจากอะไร ต้องบอกว่าโรคนี้ถือเป็นโรคลับๆที่รอพัฒนาเป็น มะเร็งตับ มาดูกันครับ ว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ตับอักเสบเพิ่มระดับความอันตรายมากขึ้นเป็นเท่าตัว
15 ปัจจัยทำร้ายตับที่คุณอาจทำอยู่ทุกวัน
- ยาและสมุนไพรบางประเภท
เมื่อกินในปริมาณที่มากเกินไป หรือไม่ได้มาตรฐาน ตับต้องทำหน้าที่กำจัดสารเหล่านั้นออกจากร่างกาย หากรับเข้าไปต่อเนื่อง อาจเกิดพิษต่อตับและกระตุ้นการอักเสบเรื้อรัง - สารเคมีและสารพิษ
ตับต้องใช้เอนไซม์ในการ “ล้างพิษ” เมื่อสารพิษเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป เช่น ควันพิษ ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีในอาหารแปรรูป ตับจะทำงานหนักจนเกิดความเสียหายสะสม - ไขมันส่วนเกิน
ไขมันสะสมในตับมากเกินไป จะกระตุ้นให้เซลล์ตับเกิดการอักเสบ และพัฒนาไปสู่ภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคตับเรื้อรัง - แอลกอฮอล์และน้ำอัดลม
แอลกอฮอล์ทำลายเซลล์ตับโดยตรง ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในตับ เพิ่มความเสี่ยงการอักเสบ - มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน
เสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของตับอักเสบเรื้อรังและมะเร็งตับ - ความเครียดเรื้อรัง
ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่สูงต่อเนื่อง กระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย รวมถึงตับ ทำให้ระบบเผาผลาญแปรปรวน - นอนดึก นอนไม่พอ
ช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่ตับฟื้นฟูตัวเอง หากพักผ่อนไม่เพียงพอ การซ่อมแซมเซลล์ตับจะลดลง เพิ่มโอกาสการอักเสบสะสม - อาหารแปรรูปและของทอดซ้ำ
ไขมันทรานส์และสารออกซิเดชันจากน้ำมันเก่า ทำลายโครงสร้างเซลล์ตับและเพิ่มอนุมูลอิสระ - เครื่องดื่มหวาน น้ำผลไม้สำเร็จรูป
น้ำตาลฟรุกโตสสูง เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในตับ และกระตุ้นการอักเสบเรื้อรัง - ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะชนิดบีและซี - ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว
การอักเสบต่อเนื่องยาวนาน ทำให้โครงสร้างตับเสียหายและเสี่ยง มะเร็งตับ - น้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง
ไขมันช่องท้องสัมพันธ์โดยตรงกับไขมันพอกตับและตับอักเสบเรื้อรัง - สูบบุหรี่เป็นประจำ
สารพิษจากบุหรี่เพิ่มอนุมูลอิสระ ทำให้ตับเสื่อมและอักเสบง่ายขึ้น - พันธุกรรมและประวัติครอบครัวเป็นโรคตับ
หากมีคนในครอบครัวเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ ความเสี่ยงจะสูงขึ้น - ไม่เคยตรวจสุขภาพตับเป็นเวลานาน
ตับอักเสบมักไม่แสดงอาการ รู้ตัวอีกทีก็เข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว
ตับอักเสบ เกิดจากอะไร เป็นมะเร็งตับได้อย่างไร?
การอักเสบเรื้อรังคือ “ตัวเร่ง” ให้เกิดพังผืดในตับ เมื่อพังผืดสะสมมากขึ้น ตับจะเริ่มแข็งตัว (ตับแข็ง) และในบางกรณี เซลล์ตับอาจเกิดการกลายพันธุ์ จนพัฒนาไปเป็น มะเร็งตับ ยิ่งปล่อยให้การอักเสบดำเนินนานเท่าไร ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
- อ่อนเพลียเรื้อรัง
- แน่นหรือปวดชายโครงขวา
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้
- ค่าตับ ALT / AST สูง
- ตัวเหลือง ตาเหลืองในรายรุนแรง
หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรตรวจสุขภาพตับโดยเร็วนะครับ
วิธีลดความเสี่ยงและดูแลตับให้แข็งแรง
- ลดน้ำตาลและแอลกอฮอล์
- ควบคุมน้ำหนัก
- นอนก่อน 5 ทุ่ม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ตรวจค่าตับประจำปี
- ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดโอกาสพัฒนาเป็นโรครุนแรงในอนาคต ตับอักเสบไม่ใช่เรื่องเล็ก แม้จะไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก แต่หากปล่อยให้ปัจจัยเสี่ยงสะสมทุกวัน การอักเสบจะเพิ่มระดับความรุนแรง และอาจพัฒนาไปสู่ตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ การป้องกันและดูแลตับตั้งแต่วันนี้ คือการลดความเสี่ยงในระยะยาว บอกลา 15 ปัจจัยนี้ ก็ช่วยให้คุณหนีจากภัยเงียบตับอักเสบได้ แต่อย่าลืมที่จะเสริมการดูแลด้วย เฮฟฟีก้า นวัตกรรมบำรุงตับจากเบลเยียม


