โรคอันตราย มะเร็งตับหายนะดับชีวิต

โรคอันตราย โผล่มาเหมือนเป็นเซอร์ไพรส์ที่ไม่มีใครอยากรับ อาจเป็นหายนะที่ดับชีวิตคุณอย่าง มะเร็งตับ ความอันตรายที่ไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร มะเร็งตับ ก็เหมือนกับไฟลามทุ่ง เมื่อไหร่ที่เริ่มมีการจุดติดแล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้สงบลง แค่แว๊บตาก็ราบเป็นหน้ากลอง เพราะโรคนี้ถือเป็นตัวตึงในวงการมะเร็งเลยก็ว่าได้ ใครที่ก้าวขาเข้าสู่ระยะ 3-4 ไปแล้ว โอกาสรอดไม่ถึง 10% เท่านั้น

แต่เชื่อไหมครับ ว่าหายนะนี้คุณสามารถยั้งมันไว้ไม่ให้เกิดได้ตั้งแต่แรก แค่หยุดไม่ให้เกิดโรคตับต่างๆ เช่น ไขมันพอกตับ ค่าตับสูง ตับอักเสบ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดมะเร็งตับขึ้นมาได้นั่นเองครับ พฤติกรรมและปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงไขมันพอกตับ ตับอักเสบ และค่าเอนไซม์ตับผิดปกติ มีหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ทำให้ไขมันสะสม น้ำตาลในเลือดสูง หรือทำให้ตับต้องรับภาระมากขึ้น เช่น

  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหรือดื่มหนัก — แอลกอฮอล์ถูกกำจัดที่ตับ การดื่มมากหรือต่อเนื่องอาจทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ ตับอักเสบ และในระยะยาวอาจนำไปสู่ตับแข็ง
  • กินของทอด ของมัน และอาหารไขมันสูงบ่อย — หากทำให้ได้รับพลังงานเกินต่อเนื่อง อาจนำไปสู่น้ำหนักและไขมันสะสม รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงไขมันพอกตับ
  • กินหวานจัด น้ำหวาน ชานม น้ำอัดลมเป็นประจำ — น้ำตาลส่วนเกิน โดยเฉพาะเมื่อได้รับมากต่อเนื่อง สามารถถูกเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมในตับ
  • กินอาหารเยอะเกินความต้องการของร่างกาย — แม้ไม่ได้กินของมันมาก แต่ถ้าพลังงานรวมเกินเป็นประจำ น้ำหนักและไขมันในช่องท้องจะเพิ่ม ซึ่งสัมพันธ์กับไขมันพอกตับ
  • น้ำหนักเกินหรือมีพุงมาก — ไขมันในช่องท้องสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน และเป็นปัจจัยสำคัญของไขมันพอกตับจากภาวะเมตาบอลิก
  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย นั่งนานทั้งวัน — ทำให้ร่างกายใช้พลังงานน้อย เพิ่มโอกาสน้ำหนักขึ้น ไขมันสะสม และภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  • กินมื้อดึกหรือกินจุกจิกตลอดวันจนพลังงานเกิน — ปัญหาหลักไม่ใช่แค่ “กินดึก” แต่คือพลังงานรวมที่มากเกินและพฤติกรรมที่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม
  • ใช้ยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมโดยไม่ตรวจสอบ — ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจทำให้เกิดตับบาดเจ็บหรือตับอักเสบจากยาได้ แม้บางกรณีจะใช้ตามขนาดปกติ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบหรือใช้หลายชนิดโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • ใช้พาราเซตามอลเกินขนาด — อาจทำให้ตับบาดเจ็บรุนแรงและค่าตับสูงมากได้ จึงควรใช้ตามขนาดที่ระบุและระวังยาหลายตัวที่มีพาราเซตามอลผสมอยู่
  • มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อไวรัสตับอักเสบ — ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่อาจปนเปื้อนเลือดร่วมกัน สักหรือเจาะด้วยอุปกรณ์ไม่สะอาด และมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง โดยไวรัสตับอักเสบบีสามารถติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่ง ส่วนไวรัสตับอักเสบซีติดต่อผ่านเลือดเป็นหลัก
  • ปล่อยเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันสูงโดยไม่ควบคุม — กลุ่มโรคเมตาบอลิกเหล่านี้สัมพันธ์กับการเกิดและการลุกลามของไขมันพอกตับ

อย่างไรก็ตาม ค่าเอนไซม์ตับสูงไม่ได้หมายความว่าเป็นไขมันพอกตับเสมอไปนะครับ เพราะความผิดปกติของ ALT/AST อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไวรัสตับอักเสบ แอลกอฮอล์ ยาหรือสมุนไพร โรคภูมิคุ้มกัน และความผิดปกติของทางเดินน้ำดี ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีไขมันพอกตับบางรายอาจไม่มีค่าเอนไซม์ตับสูง ดังนั้นการประเมินสุขภาพตับจึงไม่ควรดูเพียงค่าใดค่าหนึ่ง หากพบค่าผิดปกติต่อเนื่อง หรือมีอาการ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม อาเจียนมาก สับสน หรือปวดท้องรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุอย่างเหมาะสม

Hepheka ยินดีและพร้อมให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพตับรายบุคคล ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ตามช่องทางที่ท่านสะดวกติดต่อสนง.ใหญ่ที่
เราใช้คุกกี้เพื่อประสบการณ์และการให้บริการที่ดีที่สุดในการใช้งานเว็บไซต์แก่ท่าน หากดำเนินการต่อหรือปิดข้อความนี้ลง แสดงว่าท่านได้ยอมรับ