โรคภัยไข้เจ็บไม่เข้าใครออกใคร โดยเฉพาะโรคตับ แล้วคุณล่ะ…มั่นใจได้มากแค่ไหนว่าสุขภาพตอนนี้ไม่ได้เข้าข่ายน่าจะ เป็นไขมันพอกตับ มาเช็คกันสักนิดครับ ว่าคุณได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่น่าจับตาว่าจะเข้าใกล้ โรคไขมันพอกตับ หรือไม่ เจ้าภัยเงียบตัวร้ายที่เกิดขึ้นแบบลับๆในร่างกาย ไม่ปรากฎอาการให้รู้ จนกว่าจะอยู่ในขั้นน่ากังวล
- คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ กลุ่มนี้ถือว่าเสี่ยงมากที่สุด มากถึง 60–80% ของผู้ดื่มประจำมีโอกาสเกิด “ไขมันพอกตับจากแอลกอฮอล์” (Alcoholic Fatty Liver) สาเหตุเพราะแอลกอฮอล์จะไปขัดขวางการสลายไขมันในตับ ทำให้ไขมันสะสมอยู่มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เซลล์ตับอักเสบและเสื่อมลงเรื่อย ๆ หากดื่มต่อเนื่องอาจพัฒนาเป็น “ตับแข็ง” หรือ “มะเร็งตับ” ได้
- คนเป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็น ไขมันพอกตับ ประมาณ 50–70% เพราะร่างกายมีภาวะ “ดื้อต่ออินซูลิน” (Insulin Resistance) ทำให้ตับไม่สามารถจัดการกับไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไขมันจึงสะสมมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
- คนที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน กลุ่มนี้เสี่ยงสูงสุดในบรรดาทุกกลุ่ม โดยพบว่า มากถึง 70–90% ของคนอ้วนจะมีไขมันพอกตับในระดับใดระดับหนึ่ง ไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง จะส่งผลให้ตับต้องทำงานหนักในการจัดการไขมัน และสุดท้ายเกิดการสะสมในเนื้อตับจนกลายเป็นโรค
- คนทั่วไป (ไม่มีโรคประจำตัว) แม้จะดูสุขภาพดี แต่ก็ยังมีโอกาสเป็นได้ ราว 10–30% จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารมันและหวานเกินไป ดื่มน้ำหวานบ่อย นอนดึก ขาดการออกกำลังกาย หรือมีความเครียดสะสม ซึ่งล้วนทำให้ตับทำงานผิดปกติและเกิดไขมันสะสมได้
- คนรูปร่างผอม อย่าเพิ่งคิดว่าผอมแล้วปลอดภัย! เพราะยังมีภาวะที่เรียกว่า “ผอมแต่ไขมันในช่องท้องเยอะ” หรือ Lean NAFLD ซึ่งพบได้ ราว 15–25% คนกลุ่มนี้มักมีพันธุกรรมหรือระบบเผาผลาญผิดปกติ ตับจึงสะสมไขมันได้ง่ายแม้จะไม่อ้วนเลย
อย่าไว้ใจโรคตับ เพราะไม่ว่าใครก็เสี่ยงได้ การดูแลตับตั้งแต่เนิ่นๆก็ถือเป็นทางป้องกันที่ดีที่สุด ดูแลด้วย เฮฟฟีก้า นวัตกรรมบำรุงตับจากเบลเยียม ที่มีวิจัยทางการแพทย์รองรับถึงผลลัพธ์ที่มั่นใจได้จริง ช่วยไขมันพอกตับลดลง ลดค่าตับอักเสบ ลดอาการจากโรคตับ มั่นใจด้วยผู้ใช้จริง เพียงวันละ 1 เม็ด


