ตื่นมาก็รู้สึกไม่สบายตัว อืด แน่น จุกเสียด แน่นท้อง เหมือนลมเต็มท้อง นี่อาจจะเป็นเสียงร้องจาก ตับ ที่กำลังส่งสัญญาณชขอความช่วยเหลือก็เป็นได้นะครับ อยู่บ้านคิดว่าจะได้นอนสบายๆ แต่กลายเป็นว่าท้องอืด จุกท้อง แน่นท้อง ตลอดเวลา จะกินน้อยแค่ไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ตอนแรกอาจคิดว่าเป็นอากาทั่วๆไป แต่ที่ไหนได้ ต้นตอนี้เกิดจากที่ตับทำงานได้ไม่เต็มที่ จากที่ตับต้องผลิตน้ำดีเพื่อใช้ย่อยอาหาร ก็กลายเป็นผลิตออกมาไม่ทัน จึงทำให้ย่อยอาหารได้น้อยลง
อาหารที่เราทานเข้าไปทุกๆมื้อจึงไปตกค้างและหมักหมมอยู่ในกระเพาะจนเกิดเป็นแก๊ส คั่งค้างจนเป็นท้องอืด ไม่สบายตัว ฉะนั้นหากเกิดอาการแบบนี้ขึ้นมาเตือนบ่อยๆก็คงต้องตระหนักแล้วว่าต้นตอของปัญหานั้นมาจากตับหรือเปล่า ท้องอืดอาจไม่ใช่เรื่องเล็ก อาจจะเสี่ยงเป็น โรคตับ รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมรีบดูแลตับให้ดี
1. เลือกกินอาหารที่ดีต่อตับ
- กินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผักใบเขียว ผลไม้สด และธัญพืชไม่ขัดสี
- ลดของมัน ของทอด อาหารแปรรูป และน้ำตาลสูง เพราะเป็นตัวกระตุ้นไขมันพอกตับ
- เลี่ยงอาหารที่ใส่ผงชูรสหรือสารกันบูดมากเกินไป
- ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 6–8 แก้ว เพื่อช่วยตับขับของเสียได้ดีขึ้น
2. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และสารพิษ
แอลกอฮอล์เป็นศัตรูตัวร้ายของตับ เพราะตับต้องทำหน้าที่สลายแอลกอฮอล์ให้หมดก่อนสารอื่น ๆ
- งดหรือลดการดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์
- หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และสารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง หรือควันพิษในอากาศ
3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ช่วงเวลาทองของการฟื้นฟูตับคือ 23.00 – 02.00 น.
- ในช่วงนี้ร่างกายจะขับสารพิษและซ่อมแซมเซลล์ตับ
- จึงควรเข้านอนก่อนห้าทุ่ม และนอนอย่างน้อยวันละ 7–8 ชั่วโมง
4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดไขมันในช่องท้อง
- ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของไขมันพอกตับ
- แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 3–5 วัน ครั้งละ 30–45 นาที เช่น เดินเร็ว วิ่งเบา หรือโยคะ
5. ใช้ยาอย่างระมัดระวัง
- ยาบางชนิด โดยเฉพาะ ยาแก้ปวด ยาลดไขมัน ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ตับอักเสบได้
- ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา และหลีกเลี่ยงการกินยาเกินขนาด
6. จัดการความเครียด
- เมื่อร่างกายเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอลจะหลั่งมากขึ้น ทำให้ตับทำงานหนัก
- ควรหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ หรือออกกำลังกายเบา ๆ
7. เสริมด้วย เฮฟฟีก้า เพียงวันละเม็ด ผลิตภัณฑ์ อาหารเสริมบำรุงตับจากเบลเยียม ปรับสมดุลและฟื้นฟูการทำงานของตับให้กลับมาเป็นปกติ ช่วยให้ตับผลิตน้ำดีในการย่อยอาการได้เหมือนเดิม ไม่ต้องทรมานจากอาการท้องอืดเพราะอาหารไม่ย่อยอีกต่อไป


