ทำงานหนัก ระวังให้ดี! หมดเวลาทำงานแต่มันเลิกไม่ได้ดึกดื่นเที่ยงคืนไม่พักผ่อน ร่างพังยังพอกู้ไหว แต่ถ้าตับพังไปจะกู้ขึ้นมาใหม่เห็นทีจะไม่ทัน
ทำงานหนักคนที่พอใจสุดคงเป็นเจ้านาย แต่ที่ไม่พอใจแน่ๆน่าจะเป็นตับ ทั้งเครียด ทั้งนอนดึก ยิ่งทำให้ตับรวนไปกันใหญ่ เพราะยิ่งเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียด หรือที่เรียกว่า คอร์ตอซอล ออกมามากขึ้น ยิ่งมีเจ้าฮอร์โมนตัวนี้ออกมามากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ตับเกิดการอักเสบมากเท่านั้น
และมากไปกว่านั้น การนอนน้อย นอนไม่พอ นอนหลับไม่สนิท ก็ยิ่งทวีคูณความรวนให้ตับอีก เพราะแทนที่เวลากลางคืนตับจะมีเวลาในฟื้นฟู ขับสารพิษออกจากตัวเอง กลายเป็นต้องมาทำงานหนักกว่าเดิม หากไม่ปรับรับรองเลยว่ามีแต่ทรุดกับทรุด อย่างนี้ก็คงหนีไม่พ้นไขมันพอกตับ ตับอักเสบอย่างแน่นอน
แนวทาง “ดูแลตับให้แข็งแรง” สำหรับคนทำงานหนัก (โดยเฉพาะใครที่นอนดึก เครียดง่าย หรือกินไม่เป็นเวลา)
1. ปรับอาหารให้ตับได้พักบ้าง
- หลีกเลี่ยงอาหารทอด ของมัน ของหวานจัด และอาหารแปรรูป
- เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และโปรตีนดี เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้
- ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6–8 แก้ว เพื่อช่วยให้ตับขับของเสียได้ดีขึ้น
- ลดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มชูกำลังที่กระตุ้นการทำงานของตับมากเกินไป
2. นอนให้พอในช่วงเวลาทองของตับ
- ช่วง 23.00–02.00 น. คือเวลาที่ตับจะฟื้นฟูตัวเอง ควรนอนหลับลึกในช่วงนี้ เพื่อให้ระบบกำจัดสารพิษทำงานได้เต็มที่
- พยายามจัดตารางนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 7–8 ชั่วโมง
3. ลดความเครียด เพราะความเครียดคือศัตรูของตับ
- ทำสมาธิ เดินช้า ๆ หรือฝึกหายใจลึก ๆ วันละ 5–10 นาที
- หลีกเลี่ยงการทำงานต่อเนื่องเกิน 2–3 ชั่วโมง ควรพักสายตาและยืดกล้ามเนื้อ
- ฟังเพลงเบา ๆ หรือออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปยังตับ
4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ลดไขมันสะสมที่ตับ
- แนะนำเดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือโยคะ อย่างน้อยวันละ 30 นาที
- ถ้ามีไขมันพอกตับอยู่แล้ว การออกกำลังกายเป็นตัวช่วยหลักที่เห็นผลเร็วที่สุด
5. เสริมด้วย เฮฟฟีก้า นวัตกรรมจากเบลเยียม เพียงแค่วันละ 1 เม็ด ก็ฟื้นฟูตับได้อย่างเต็มที่ จะไขมันพอกตับ #ตับอักเสบ ลดค่าตับ รวมไปถึง #ไขมันในเลือด ก็ดูแลได้ เพื่อให้ชีวิตคุณเดินต่อไปแบบไม่ต้องกังวลเรื่องตับ


