1.ออกกำลังกายทุกวัน

จากการวิจัยพบว่า การออกกำลังวันละ 10 นาทีต่อวัน จะสามารถช่วยตับทำงานในสภาพที่ดีได้ { การเดินเร็ว 30 นาทีหรือวิ่งช้าเป็นเวลา 15 นาทีต่อวัน จะเป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีไขมันพอกตับ มันเป็นวิธีที่ดีในการรักษาที่เร็วที่สุด และแน่นอนว่า การขี่จักรยาน ว่ายน้ำ หรือ โยคะ ก็ต่างมีประโยชน์ต่อตับ } มาออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพตับของเรากันนะครับ

2.สร้างนิสัยการนอนหลับที่ดี

ช่วงเวลา 22:00 - 02:00 เป็นช่วงเวลาการซ่อมแซมตับของเรา ถ้าเราสามารถนอนหลับในเวลานี้จะเป็นสิ่งที่ดีมากครับ ถ้าเราไม่ได้นอนหลับในช่วงเวลานี้ ตับจะค่อยๆ สูญเสียสมดุล และฟังก์ชั่นการล้างพิษก็จะเสื่อมลง สารพิษต่างๆ ในร่างกายเราขับออกไม่ได้ สิ่งที่ตามมาชัดๆ คือ การเกิดสิวบนใบหน้า { เข้านอนก่อน 22:00 ทุกวัน หลับในเวลา 22:30 ถ้าเราสร้างนิสัยที่ดีนี้ได้ ไม่ใช่แค่ตับสุขภาพดี แต่เราจะมีอายุที่ยืนยาวได้}

3.อารมณ์ดี และ มีความสุข สนุกกับชีวิต

เมื่อเกิดความเครียด ตับของเราก็จะทำงานผิดปกติทำให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol)หรือที่เรียกว่าฮอร์โมนความเครียด โดยฮอร์โมนชนิดนี้เป็นต้นเหตุทำให้ตับผลิตน้ำตาลกลูโคสมากขึ้น ซึ่งน้ำตาลชนิดนี้ให้พลังงานสูง แม้ว่าจะสามารถดูดซึมกลับได้ แต่มันก็เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานที่จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเช่นเดียวกัน { ผ่อนคลายร่างกาย หากิจกรรมสันทนาการร่วมกับเพื่อน สร้างความสุขสม่ำเสมอ ไกลทุกโรคกันครับ }

4.ห่างไกลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่

การสูบบุหรี่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับได้ การดื่มเหล้าก็สามารถทำลายตับทำให้ตับอักเสบได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ท้องว่างแล้วดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว จะไม่เพียงแต่ทำลายตับเท่านั้น แต่ยังส่งผลไม่ดีต่อร่างกายอีกมากมาย อาทิ ระบบย่อยและดูดซึมสารอาหาร { ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ความเสี่ยงต่อมะเร็งตับก็จะลดน้อยลง ถ้าจำเป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้ทานผักผลไม้และอาหารรองท้อง เพื่อช่วยร่างกายในการฟื้นฟูนะครับ }

5.พักผ่อนตาบ่อยๆ

ตับเป็นคนสต็อกเลือดไว้ให้ดวงตาสดใส เวลาเราใช้สายตาดูทีวี คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือนานเกินไปจนล้าสายตา จะก่อให้เกิดการขาดเลือดของตับได้ { ปิดตาพักผ่อนบ่อยๆ เป็นวิธีการบำรุงที่ดีสำหรับตับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการนอนหลับตอนกลางคืน แม้จะนอนไม่หลับก็ขอให้พยายามหลับตาไว้ หรือเวลาทำงานก็ควรพักตา หรือหาเวลาดูพืชสีเขียวหรือสีเขียวไม่ทำลายดวงตาและช่วยผ่อนคลายได้ }

6.รับประทานยาให้น้อยลง

ตับเป็นตัวกรองสารพิษ สิ่งใดที่เข้าร่างกาย ตับจะเป็นตัวบอกว่าสารนั้นมีพิษหรือไม่ ดังนั้นหลีกเลี่ยง/ลดการทานยาโดยไม่จำเป็น ก็ช่วยลดการทำลายตับ และยังช่วยลดการทำงานของไตได้อีกด้วย { ทานอาหารครบ 5 หมู่ ให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน สุขภาพแข็งแรง ช่วยลดการทานยาและปริมาณอาหารเสริมได้ }

ไขมันพอกตับ,ตับอักเสบ,มะเร็งตับ,เฮฟฟีก้า,Hepheka,อาหารเสริมรักษาตับ,รักษาตับอักเสบ,รักษาโรคตับ,ยาโรคตับ,ไวรัสตับอักเสบบี,ropheka,โรฟีก้า,prunus mume,พรูนัส