พูดเบาๆ ก็สะท้านไปทั้งตัว มะเร็งตับ สเต็ปชีวิตที่ใครหลายๆ คนอาจต้องพบเจอแบบไม่ทันตั้งตัว โรคที่กัดกินชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 1 และยังครองอันดับที่ 8 ของโลกเลยทีเดียว
หลายคนอาจสงสัยทำไมคนไทยถึงเป็น มะเร็งตับ กันเยอะ คำตอบอยู่ที่การใช้ชีวิตรอบตัวที่แสนจะธรรมดาล้วนแล้วแต่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งด้วยกันทั้งนั้น เครียดตั้งแต่เช้าจรดเย็น ระบายความเครียดด้วยการกินและกิน หนำซ้ำยังถือคติ Work hard play harderทั้งดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนอนน้อย การทานอาหารเต็มไปด้วยแคลลอรี่แบบจัดเต็ม ไหนจะอาหารดิบๆ สุกๆ ที่มีส่วนประกอบของดินประสิว เต็มไปด้วยพยาธิใบไม้ในตับ สารพิษอะฟลาทอกซิน ไปจนถึงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบและปล่อยให้เรื้อรังไม่ยอมไปรักษา รวมถึงการได้รับสารเคมีจากยาหรือฮอร์โมนเสริมเป็นเวลานาน
มะเร็งตับมีทั้งที่เกิดที่เซลล์ตับ หรือท่อน้ำดีในตับ ซึ่งส่วนใหญ่มีภาวะตับแข็งร่วมด้วยล้วนแต่อันตรายทั้งนั้น ยิ่งนานเข้าก็ยิ่งลุกลามไปสู่เนื้อเยื่อในอวัยวะอื่นๆ แพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด หรือต่อมน้ำเหลือง เมื่อไปถึงจุดนั้นโอกาสรอดจากมะเร็งตับก็มีเพียง 13% เท่านั้น เจ็บปวดไปทั้งร่างไม่พอแถมกระเป๋าสตางค์ยังต้องเจ็บหนักตามไปด้วย
วิธีป้องกัน “มะเร็งตับ” ที่ควรรู้ไว้ก่อนจะสายเกินไป มะเร็งตับถือเป็นภัยเงียบที่เกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมรอบตัวของเราเอง แต่ข่าวดีคือโรคนี้สามารถ “ป้องกันได้”
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง งดอาหาร สุกๆ ดิบๆ เช่น ปลาร้า ปลาดิบ ก้อย เพราะอาจมีพยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งเป็นต้นเหตุของมะเร็งท่อน้ำดี หลีกเลี่ยงอาหาร ปิ้งย่างไหม้เกรียม ดินประสิว หรืออาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แหนม เบคอน เพราะมีสารไนเตรตและไนโตรซามีนที่ก่อมะเร็งได้ หลีกเลี่ยงอาหารที่ ขึ้นรา เช่น ถั่วลิสง ข้าวโพดแห้ง เพราะอาจมีสารอะฟลาทอกซินซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ตับ
- งดหรือลดแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์คือศัตรูตัวฉกาจของตับ เพราะเมื่อดื่มบ่อยๆ จะทำให้ตับอักเสบ เสื่อม จนกลายเป็นตับแข็ง และสุดท้ายคือ มะเร็งตับ
- ตรวจและฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งตับ ควรตรวจเลือดเพื่อเช็กว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่ หากยังไม่มีภูมิ ควร ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ผู้ที่ติดเชื้อแล้วควรพบแพทย์เพื่อติดตามและรักษาอย่างต่อเนื่อง
- ลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ความเครียดทำให้เลือดไปเลี้ยงตับลดลงและเกิดการอักเสบในระยะยาว ควรนอนวันละ 7–8 ชั่วโมง ฝึกผ่อนคลาย เช่น ทำสมาธิ เดินเล่น หรือออกกำลังกายเบาๆ
- กินอาหารบำรุงตับ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้สด ธัญพืช ปลาทะเลน้ำลึกที่มีโอเมก้า 3 ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
- เสริมด้วย เฮฟฟีก้า อาหารเสริมเพื่อสุขภาพตับ ด้วยสารสกัดธรรมชาติจาก #พรูนัสมูเม่ ที่มีสรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบของตับ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ล้างสารพิษ กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ เพื่อเสริมสร้างระบบการทำงานให้ตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจในผลลัพธ์อันทรงประสิทธิภาพเพราะมีผลการศึกษาวิจัยในมนุษย์เป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์ และได้มาตรฐานระดับสากล


