เลือกกิน อย่างไรให้ห่างไกลโรคตับ…เชื่อว่าหลายคนยังสงสัย ไม่ใช่สายดริงค์ ไม่เคยดื่ม แต่ทำไมยังไม่พ้นโรคตับ แถมโรคนี้ยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี ก็เพราะโรคตับไม่ได้เกิดแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่อาหารทั่วไปนี่แหละที่ทำให้เราชะล่าใจเรื่องตับไป
ตับต้องทำหน้าที่หลายร้อยอย่างเพื่อให้ร่างกายมีสารอาหารที่พอเพียงและเป็นประโยชน์ ได้รับพลังงาน และสามารถกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ แต่ตับกลับโดนเราลอบทำร้ายจากพฤติกรรมการกินที่เกินพอดีและไม่มีประโยชน์ จนปัญหากลับไปกองอยู่ที่ตับพัฒนากลายเป็น โรคตับ ร้ายแรงได้ แล้วแบบนี้ต้องกินยังไงเพื่อให้ตับอยู่กับเราไปนานๆ
- ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว น้ำคือปัจจัยพื้นฐานที่ตับต้องใช้ในการทำงานทุกวัน เพราะตับต้องอาศัยน้ำช่วยขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อร่างกายขาดน้ำ ตับจะสูญเสียความชุ่มชื้น ส่งผลให้การกรองและขจัดของเสียทำได้ช้าลง ร่างกายจึงรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และมีโอกาสสะสมสารพิษไว้ในร่างกายมากขึ้น การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอจึงเหมือนการให้ “พลังชีวิต” แก่ตับให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- กินน้ำตาลให้น้อยลง องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาหรือประมาณ 24 กรัมต่อวัน โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตสที่มักอยู่ในเครื่องดื่มรสหวาน ขนม เบเกอรี่ หรือโซดา เพราะเซลล์ร่างกายทั่วไปเผาผลาญได้เฉพาะกลูโคส ส่วนฟรุกโตสจะถูกส่งตรงไปที่ “ตับ” เพื่อจัดการเพียงอวัยวะเดียว หากบริโภคมากเกินไป ตับจะต้องทำงานหนักในการเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินให้กลายเป็นไขมัน ทำให้เกิดภาวะ ไขมันพอกตับ ตามมาได้
- กินอาหารที่ปรุงน้อย อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งมาก เช่น ของทอด อาหารแปรรูป หรืออาหารรสจัด มักมีไขมันและโซเดียมสูง ซึ่งทำให้ตับต้องทำงานหนักในการย่อยและกรองไขมันส่วนเกิน การเลือกกินอาหารปรุงน้อยหรืออาหารคลีนจึงเป็นการช่วยให้ตับทำงานได้อย่างเบาสบาย ควรลดการใช้เกลือ น้ำปลา หรือซอสปรุงรส และหันมาใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศแทน จะช่วยให้ร่างกายได้รสชาติและคุณค่าโดยไม่เพิ่มภาระให้ตับ
- กินผักตระกูลกะหล่ำ ผักอย่างกะหล่ำปลี บร็อคโคลี และกะหล่ำดอก มีสารไฟโตนิวเทรียนท์ที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ล้างพิษในตับ ช่วยให้ตับสามารถกำจัดของเสียได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ผักสีส้มและแดง เช่น แครอทและบีทรูท ยังมีสารเบต้าแคโรทีนและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ตับและลดการอักเสบได้อีกด้วย
- กินอาหารเย็นให้เร็วขึ้น ตับจะทำงานหนักในช่วงกลางคืนเพื่อขับสารพิษและฟื้นฟูตัวเอง หากเรากินอาหารมื้อใหญ่ก่อนนอนหรือนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร ตับจะต้องแบ่งพลังงานส่วนหนึ่งมาช่วยย่อย ทำให้กระบวนการฟื้นฟูไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ตับอ่อนล้าและเกิดไขมันสะสมได้ง่าย ควรทานอาหารเย็นให้เสร็จก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้ตับได้พักและซ่อมแซมเซลล์ได้อย่างเต็มที่
- กินอาหารเสริมบำรุงตับ ที่มีผลงานวิจัยทางการแพทย์รับรอง ว่าช่วยให้การทำงานของตับดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย ช่วยลดคลอเรสเตอรอล ลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยปรับระดับไขมันให้สมดุล
แค่เริ่มต้นใส่ใจตับตั้งแต่การกิน ก็ช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นไม่ต้องนั่งพะวงเรื่องตับ ด้วยนวัตกรรมอาหารเสริมบำรุงตับอย่าง เฮฟฟีก้า ช่วยฟื้นฟูและบำรุงตับ ให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในทุกวัน และยังปรับสมดุลองค์รวมของร่างกาย ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ พรูนัสมูเม่ ที่มีผลวิจัยทางการแพทย์รับรองว่าสามารถฟื้นฟูตับของคุณให้กลับมามีสุขภาพดีได้จริง


