ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,

ไวรัสตับอักเสบ

โรคที่ไม่แสดงอาการ แล้วเราจะรู้ได้อย่าไร?

ไวรัสตับอักเสบบี และ ไวรัสตับอักเสบซี

ไวรัสตับอักเสบโรคที่ไม่มีใครอยากเป็น
1 ในภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนด้วยการลุกลาม
เป็นโรคร้ายต่อตับ เช่น ตับวาย ตับแข็ง มะเร็งตับ
มาตรวจเช็คร่างกายกัน ว่าเรามีภัยเงียบนี้ในตัวหรือไม่?


ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,

ในประเทศไทยโรคตับอักเสบชนิดบีและซีเป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับอักเสบเรื้อรังมากที่สุด

เป็นต้นตอของโรคร้ายทั้งตับแข็งและโรคมะเร็งตับ

ที่มา สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค, ก.ค.60


  ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,

เชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี และ ไวรัสตับอักเสบซี จะหลบซ่อนภายในร่างกายเพื่อฟักตัว

และหากมีการแพร่ระบาดของเชื้อจะมีอาการของโรคตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งจะมีอาการปรากฎแค่เพียง อ่อนล้าและเหนื่อยง่าย จึงมักเข้าใจผิดว่าร่างกายคงไม่สบาย ทำให้หลายคนคิดว่าเป็นไข้ อ่อนเพลียธรรมดาเท่านั้น


 ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,

ไวรัสที่เข้ามาในร่างกายจะติดอยู่กับเซลล์ตับแต่เชื้อไวรัสอาจจะยังไม่ได้ทำความเสียหายหรือลดประสิทธิภาพการทำงานของตับให้ลดลงในทันที


ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,

เซลล์ภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่ตรวจจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมโดยสร้างลิมโฟไซต์ (lymphocyte) มากำจัดเชื้อไวรัส

แต่ด้วยเชื้อไวรัสมันติดอยู่กับเซลล์ตับมันจึงกำจัดเซลล์ตับไปด้วย ส่งผลให้เกิดการอักเสบของตับและเกิดอาการตับอักเสบเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสได้

หากประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันสูงมากก็จะสามารถกำจัดไวรัสตัวต้นเหตุได้ หากภูมิคุ้มกันไม่สูงถึงขั้นนั้นร่างกายก็ไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสให้หมดไป จึงจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อไวรัส


ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,

ระยะของโรคไวรัสตับอักเสบอาจไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อไวรัส ปริมาณและภูมิคุ้มกันของร่างกาย พอกล่าวโดยสังเขปได้ดังนี้

ไวรัสตับอักเสบบี 1-3 เดือนแรกหลังจากได้รับเชื้อในบางรายสามารถหายเป็นปกติจากภูมิต้านทาน ส่วนรายที่ไม่สามารถหายเองได้ ส่วนใหญ่พบว่าไม่มีอาการแสดง แต่สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้
1-3 เดือนแรก เรียกว่าระยะเฉียบพลัน ไม่ค่อยพบอาการที่รุนแรงมากนัก แต่หากการติดเชื้อดำเนินต่อไปเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งก็คือระยะเรื้อรัง ตับอักเสบเฉียบพลันกับเรื้อรังใช้เวลาตัดกันที่ 6 เดือน โดยระยะเรื้อรังอาจพบภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งอาการก็จะแตกต่างกันออกไป ความรุนแรงขึ้นอยู่กับระดับการอักเสบของตับ

ไวรัสตับอักเสบซี ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ ซี ถึงแม้ว่าเป็นระยะเรื้อรัง ก็อาจยังไม่แสดงอาการจนกว่าตับจะถูกทำลายอย่างรุนแรงแล้วอาการจึงจะปรากฏ


ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,

อาการที่กล่าวมาทั้งหมดเป็น 1 ในข้อตั้งสังเกตุว่าเราอาจมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นๆ หายๆ ถ้าเข้าข่ายอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อการรักษาที่ทันถ้วงที เพราะ ไวรัสตับอักเสบ ชื่อของมันก็บ่งบอกความรุนแรงในตัวเองอยู่แล้ว นั่นคือการทำให้ตับอักเสบนั่นเอง ระดับความเสียหายของเซลล์ตับขึ้นอยู่กับระดับการอักเสบในเซลล์ตับ ซึ่งการอักเสบในตับสามารถดำเนินจนเกิดเป็นโรคร้ายแรงในตับได้ เช่น ตับวาย ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในที่สุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบ ไม่แสดงอาการของโรคร้ายแรงนี้ ทำให้เรานิ่งนอนใจ ไม่ตระหนักถึงความรุนแรงและผลร้ายปลายทาง ป้องกันด้วยการตรวจเช็คสุขภาพวันนี้ ดีกว่าต้องรักษาเยียวยาในวันหน้า


ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,

ทางที่ดีที่สุดคือ ตรวจเช็ค, รักษา, ป้องกัน ด้วย การดูแลตัวเองไม่ให้ติดเชื้อและตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำ หากพบเจอก็ต้องรีบรักษาโดยเร็วเพื่อชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือไม่ทำให้เกิดการกระตุ้นการอักเสบของตับเพื่อป้องกันการลุกลามของโรคที่ร้ายแรงต่อเซลล์ตับจากไวรัสตับอักเสบบีและซี เช่น ตับวาย ตับแข็งและมะเร็งตับ


ไวรัสตับอักเสบ,ไวรัสตับอักเสบบี,ไวรัสตับอักเสบซี,ตับแข็ง,มะเร็งตับ,โรคตับ,เซลล์ตับ,ตับอักเสบ,